Confusing Words เจอทีไร งงทุกที​

10สำนวนภาษาอังกฤษในชีวิตประจำวัน EP.3

สวัสดีค่าแฟนๆ ทุกท่าน วันนี้แอดมีคำถามจะถามแฟนๆค่า คำถามของแอดก็คือ “Are you confused?” เพื่อนๆสับสน หรืองงกันไหมคะ 

 

งงเรื่องอะไรเหรอคะ ก็เรื่องที่แอดจะนำเสนอต่อไปนี้นี่ล่ะค่า วันนี้แอดจับคู่ศัพท์ภาษาอังกฤษที่คนไทยสามัคคีกันงงมานำเสนอ แอดเชื่อว่าต้องมีหลายคู่เลยล่ะค่ะที่แฟนๆใช้ไม่ถูก ใช้ผิดความหมาย หรืออาจะเคยรู้แต่ลืมค่ะ ถ้าเช่นนั้น วันนี้แอดจะมาไขข้อข้องใจให้ทุกคนเลิกงงกันนะคะ มาเริ่มกันเลยค่า Let’s have fun…

 

1. Fun vs funny

คำไหนหมายถึง “สนุก”?

เริ่มมากคำแรกก็สะดุดกึกเลยใช่ไหมคะ ที่เราพูดๆกันบ่อย ๆ ‘ฟัน’ บ้าง ‘ฟันนี่’ บ้าง เคยสังเกตกันไหมคะแฟนๆว่าสองคำนี้ คำไหนกันแน่ที่แปลว่า “สนุก”

• Fun: ความสนุกสนาน, สนุกสนาน

เป็นคำนาม (noun) และ คำคุณศัพท์ (adjective) ทำหน้าที่ขยายคำนาม

ดังนั้นเราจะใช้ fun เพื่อให้ความหมายว่า สนุก เท่านั้น ไม่ใช่ตลก

The concert was fun. You should have joined us last night.

คอนเสิร์ตสนุกมากอะแก เมื่อคืนนี้แกน่าจะไปดูกับพวกเรา

 

• Funny: น่าตลก น่าขำ น่าหัวเราะ

เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) ทำหน้าที่ขยายคำนาม

ดังนั้น funny หมายถึง ตลกเท่านั้น จะไม่ใช่สนุก

You joke isn’t funny. It makes me bored.

มุกของเธอมันไม่ตลก มันทำให้ฉันเบื่อ

 

 

2. Affect vs effect

สองคำนี้ไม่เหมือนกันเหรอ?

• Affect : กระทบ

เป็นคำกริยา (verb) ออกเสียงว่า /อะเฟคทฺ/

This problem affects your job position.

ปัญหาหนี้ส่งผลต่อตำแหน่งงานในบริษัทของคุณ

 

นอกจากนี้ เรายังสามรถแปลงร่าง affect - affected

เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) หมายถึง ได้รับผลกระทบ - วางหลัง v.to be ค่า

ได้รับผลกระทบจากอะไร ก็ be affected by สิ่งนั้น

My house was affected badly by the flood.

(บ้านของฉันได้รับผลกระทบรุนแรงจากน้ำท่วม)

==========

Vocab

- Badly: อย่างรุนแรง

- Flood: น้ำท่วม

 

• Effect: ผลกระทบ

เป็นคำนาม (noun) ใช้คู่กับ preposition “on” ออกเสียงว่า /อิเฟคทฺ/

Your charm has no effect on me.

(เสน่ห์ของคุณไม่ส่งผลอะไรกับฉันเลย) เสน่ห์คุณทำอะไรฉันไม่ได้

==========

Vocab

- Charm : เสน่ห์

 

3. Season vs seasoning

ฤดูกาล ใช้ “seasoning” ได้ไหมนะ?

นั่นแน่! ต้องมีแฟนๆบางท่านคิดว่าสองคำนี้มีความหมายเหมือนกันแน่ๆเลยใช่ไหมคะ เพราะสองคำนี้มีหน้าตา และออกเสียงคล้ายๆกัน ต่างกันแค่ -ing ที่ต่อท้ายมาเท่านั้น …แต่วันนี้แอดจะมาบอกกับทุกท่านว่า สิ่งที่เห็นอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เป็นค่า มาเริ่มกันที่คำแรกกันเลยน้า…

 

• Season : ฤดูกาล

A: There are three seasons in Thailand which are the summer, the rainy season, and the winter.

(ในประเทศไทยมีทั้งหมด 3 ฤดูกาล ได้แก่ ฤดูร้อน ฤดูฝน และฤดูหนาว)

B: No, you’re wrong. In fact, there’re summer, hotter summer, and the hottest

summer.

(ไม่อะ เธอมั่วแล้ว จริง ๆแล้วมันคือ ฤดูร้อน ร้อนกว่า และร้อนที่สุดต่างหากล่ะ)

==========

Vocab

- The summer: ฤดูร้อน

- The rainy season: ฤกูฝน

- The winter: ฤดูหนาว

- Wrong: ผิด

- Hot: ร้อน  -Hotter: ร้อนกว่า  -The hottest: ร้อนที่สุด

 

• Seasoning: เครื่องปรุงรส

Sugar and salt are the most confusing seasonings because I cannot tell which one is sugar or which one is salt.

(น้ำตาล และเกลือ เป็นเครื่องปรุงที่ชวนปวดหัวที่สุดเลย เพราะฉันแยกไม่ออกว่าอันไหนคือน้ำตาล อันไหนคือเกลือ)

==========

Vocab

- Confusing: น่าสับสน 

 

4. Final vs finale

ต่างกันอย่างไรน้า สองคำนี้?

• Final : สุดท้าย รอบสุดท้าย

Final สามารถใช้เป็น Adjective ได้ หมายถึง “สุดท้าย”

I’ll give you 500 Baht, and that’s my final offer.

(ฉันจะให้เงินเธอ 500 บาท และนั่นคือข้อเสนอสุดท้ายของฉัน)

 

Final สามารถใช้เป็น Noun ได้ หมายถึง “การแข่งขันรอบสุดท้าย การสอบปลายภาค” ใช้ในการแข่งขัน หรือการแข่งกีฬา

Do you have any tickets for the World Cup final?

(เธอมีตั๋วไปชมฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายหรือยัง)

 

==========

Vocab

- Offer : ข้อเสนอ

- Ticket : ตั๋ว

 

• Finale: ตอนจบ ฉากสุดท้าย

‘ฟิน-นา-เล่’ คำนี้คุ้นๆ ไหมคะ น่าจะเป็นคำที่ติดหูแฟนๆมากเลยใช่ไหมคะ ปกติเราจะใช้ finale เพื่อหมายถึง การแสดงรอบสุดท้าย ฉากสุดท้ายที่มักจะอลังการงานสร้าง หรือเป็นการแสดงปิดงานที่ยิ่งใหญ่ ที่เราได้ยินบ่อย ๆก็คือ “ชุดฟินนาเล่” ที่นางแบบใส่เดินรอบสุดท้าย เป็นชุดเอกของงาน 

และนี่เป็นที่มาของคำว่า “ฟิน” ที่คนไทยนิยมใช้เพื่อหมายถึง “สุดยอด ดีงาม” นั่นเองค่ะ

All the models look perfect in the finale.

(นางแบบทุก ๆคนดูสมบูรณ์แบบมากในตอนเดินปิดงาน)

==========

Vocab

- Model : นางแบบ

 

5. Construction vs instruction

คำไหนหมายถึง “การก่อสร้าง” กันนะ?

 

• Construction : การก่อสร้าง สิ่งปลูกสร้าง โครงสร้าง

You should follow your teacher’s instruction. Submit the report within this week, will you?

(ลูกควรจะทำตามคำสั่งครูนะ ส่งรายงานภายในสัปดาห์นี้ ทำได้ใช่ไหมจ๊ะ)

 

• Instruction: คำสั่ง คำสอน คำชี้แนะ

The construction of the bridge will be started next year.

(สะพานนี้จะเริ่มสร้างในปีหน้า)

==========

Vocab

- Bridge : สะพาน

 

 

6. Stationary vs stationery

คำไหนหมายถึง “เครื่องเขียน” ?

 

• Stationary : คงที่ ไม่เคลื่อนที่

“There was a stationary car blocking my way out from home this morning. That’s why I came late.”

(เมื่อเช้านี้มีรถมาจอดนิ่งขวางทางผมออกจากบ้าน นั่นคือสาเหตุที่ผมมาสายครับ) 

==========

Vocab

- Block : ขวางกั้น

 

• Stationery: เครื่องเขียน

“My daughter’s first day to school starts tomorrow, so today I’ll bring her to buy her school things at a stationery shop.”

(พรุ่งนี้ลูกสาวฉันจะไปโรงเรียนวันแรก ดังนั้นวันนี้ฉันจะพาเธอไปซื้ออุปกรณ์การเรียนที่ร้านขายเครื่องเขียน)

 

7. Principle vs principal

เอ…คุ้นๆว่าเคยเรียนแล้วน้า…’พริน-ซิ-เพิล” ไหนแปลว่าครูใหญ่ล่ะนี่?

 

• Principle : ทฤษฎี หลักการ กฎ หลักปฏิบัติ

You are what you eat. it's a basic principle of eating and you know that.

กินยังไงก็เป็นอย่างนั้นแหละ ทฤษฎีง่ายๆของการกิน ซึ่งเธอก็รู้ดี

 

• Principal : ครูใหญ่ ผู้อำนวยการ หรือผู้ที่มีตำแหน่งสูงสุด

หากใช้ในฐานะคำนาม (noun) จะหมายถึง ทฤษฎี หรือหลักการ

Look! That’s him, Mr. Smith…He is the new principal of our school.

(ดูสิ! นั่นไง คุณสมิธ เขาคือครูใหญ่คนใหม่ของโรงเรียนพวกเราไง)

 

แต่หากใช้เป็นคำคุณศัพท์ (adjective) จะหมายถึง สำคัญที่สุด มาเป็นอันดับแรก หลัก

My principal reason for studying English is to work abroad.

(เหตุผลหลักที่ฉันเรียนภาษาอังกฤษก็คือ ฉันอยากไปทำงานต่างประเทศ)

 

==========

Vocab

- Reason : เหตุผล

- Work abroad : ทำงานต่างประเทศ

 

8. Dessert vs desert

คำนี้งงตั้งแต่เด็กยันโตเลย คำไหนน้าหมายถึง “ขนมหวาน”?

แอดเชื่อว่าหลายคนคงเคยเผลอพูดว่า “ฉันอยากกิน ‘ทะเลทราย’ ใช่ไหมคะ” แอดว่าทะเลทรายไม่ใช่ของที่ทานได้ ถึงทานได้ก็ไม่น่าอร่อย งั้นเราเลิกทานทะเลทรายกันเถอะนะคะ อิอิ  วันนี้แอดจะมาสอนวิธีเลิกทาน “ทะเลทราย” ง่ายๆดังนี้ค่ะ

 

• Dessert : ของหวาน

เทคนิคการจำ - คำนี้มี s สองตัว (ดับเบิล S) หน้าตาเหมือนจะออกเสียงว่า /เดส-เสิท/ แต่ดันอ่านว่า /ดี-เซิท/ ซึ่งของหวานเนี่ย “ดี” มันเลยออกเสียงว่า /ดี-เซิท/

งั้นต่อไปนี้เรามาทานของดี dessert (ดี-เซิท) กันเถอะค่า มามะ…

 

• Desert : ทะเลทราย

เทคนิคการจำ – คำนี้มี s ตัวเดียว หน้าตาเหมือนจะออกเสียงว่า /ดี-เซิท/ แต่กลับกัน กลับออกเสียงว่า /เดส-เสิท/ สะงั้น ซึ่งทะเลทรายเนี่ย ร้อนมาก ร้อนจะตาย อยากเด๊ดสมอเล่ มาก ๆเลยค่ะ ดังนั้น เด๊ดสมอเล่ที่ชาวไทยชอบพูด เพื่อหมายถึง dead (เสียชีวิต) ออกเสียงคล้ายๆ “เดส” ใน desert (เดส-เสิท) นั่นเองค่า

 

We have hungrily spent 2 days in this desert. The first thing I want as soon as I reach home is dessert!

(นี่เราอยู่แบบหิวโหยในทะเลทรายนี่มา 2 วันแล้วนะ สิ่งแรกที่ฉันต้องการทันทีที่ถึงบ้านก็คือของหวาน!)

==========

Vocab

- Spent : ใช้เวลา หรือใช้จ่าย (verb2,3 ของ spend)

- As soon as : ทันทีที่

- Reach : เอื้อมถึง ไปถึง

 

9. Than vs Then

Than หรือ Then กันน้าที่ใช้ในการเปรียบเทียบ?

 

• Than : …กว่า

อ่านว่า /แดน/ ใช้ในการเปรียบเทียบขั้นกว่า (comparative) ว่าสิ่งหนึ่งมีคุณสมบัติอะไรมากกว่าอีกสิ่งหนึ่ง

“His house is bigger than mine, but he lives alone.”

(บ้านเขาหลังใหญ่กว่าบ้านของฉันอีกนะ แต่เขาอยู่คนเดียว)

==========

Vocab

- Bigger : ใหญ่กว่า (big คือ ใหญ่ -bigger เติม-er แปลว่าใหญ่กว่า -the biggest เติม –est หมายถึง ใหญ่ที่สุดค่ะ)

- Mine : ของฉัน

- Live : อาศัยอยู่

- Alone : คนเดียว ตามลำพัง

 

• Then : หลังจากนั้น จากนั้น ดังนั้น งั้นก็ ตอนนั้น

คำนี้ใช้ได้หลายความหมายเลยค่ะ 

เริ่มจาก “หลังจากนั้น”

“You ask me out for a date and then you propose to your ex?”

(คุณมาชวนฉันออกเดท แต่หลังจากนนั้นคุณก็ไปขอแฟนเก่าแต่งงานเนี่ยนะ)

 

ต่อมาก็ “ดังนั้น งั้น ถ้าเช่นนั้น”

“If you are going to run out of money, then you should find a job.”

(ถ้าเธอกำลังจะหมดตัว งั้นเธอก็ควรจะหางานทำนะ)

 

และสุดท้าย “ตอนนั้น” ค่ะ

“Hey, Bob. Long time no see. Did you move here from then?”

(ไง บ๊อบ ไม่เจอกันนานเลยนะ นี่เธอย้ายมาอยู่ที่นี่ตั้งแต่ตอนนั้นเลยเหรอ)

==========

Vocab

- Ex : อดีต (แฟน, สามี, ภรรยา)

- Run out of : หมด ขาดแคลน ไม่มีสำรอง

- Long time no see : ไม่เจอกันนาน

- Move : ย้าย เคลื่อนที่

 

10. Bought vs brought

คำไหนหมายถึง “ซื้อ” ?

นอกจากความหายที่ต่างกันอย่างสิน้เชิงแล้ว สองคำนี้ออกเสียงคล้ายๆกัน แต่ไม่เหมือนกันนะคะ จึงทำให้หลายท่านสับสนเวลาพูด หรือฟัง และแน่นอน สองคำนี้ไม่ได้อ่านว่า /เบาจ์/ …

นอกจากนี้หน้าตามันยังคล้ายๆกัน ต่างตรงแค่อีกคำมีตัว “r” ส่วนอีกคำไม่มีเท่านั้นเอง…

 

• Bought: ซื้อ

อ่านว่า /บอจท์/ เป็นรูปกิริยาช่องที่ 2 และ 3 ของ buy ที่หมายถึง “ซื้อ” ค่ะ

 

• Brought: นำมา

อ่านว่า /บรอจท์/ เป็นรูปกิริยาช่องที่ 2 และ 3 ของ bring ที่หมายถึง “นำมา” ค่ะ เนื่องจากคำนี้มีตัว r ก็อย่าลืมออกเสียง /r/ นะคะ

 

Last night I bought a puppy and when I brought him home, my wife forgot to ask me why I came home late…This plan worked out!

(เมื่อคืนผมซื้อลูกสุนัขมาตัวหนึ่ง และเมื่อผมมาเจ้าลูกหมากลับบ้าน ภรรยาผมก็ลืมซักเลยว่าทำไมผลถึงกลับดึก… แผนนี้ได้ผลแฮะ)

 

==========

Vocab

- Puppy : ลูกสุนัข

- Forgot : ลืม (verb2 ของ forget)

- Come home late : กลับบ้านดึก (late: สาย ดึก)

- Work out : ได้ผล สำเร็จ

 

 

englishterminal

Phone : 088-819-0895  
Line : @englishterminal
Facebook : enterminal​

สาขาสะพานใหม่-รามอินทรา
3/301 ซ.พหลโยธิน52 ถ.พหลโยธิน แขวงคลองถนน เขตสายไหม กทม.​

สาขาเดอะทรี-ปทุมธานี
99/99-2 ศูนย์การค้าเดอะทรีอเวนิว ถ.กรุงเทพ-ปทุม ต.บางคูวัด อ.เมือง จ.ปทุมธานี

สาขาเดอะคริสตัล-ชัยพฤกษ์
99/7 ศูนย์การค้าเดอะคริสตัล พีทีที ม.5 ต.คลองพระอุดม อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี​

จีเนียส เว็บสวย ติดหน้าแรกๆ Google

DESIGN by​

Copyright © 2019 ENGLISH TERMINAL

DBD engtermonal
englishterminal
enterminal
@englishterminal